ที่พัก พัทยา รีวิว : 2 วัน 1 คืนกับชีวิตติดเส้นขอบฟ้า แบบครบ 24 ชั่วโมงจริงๆ ที่ U Jomtien Pattaya

เราว่าคนออฟฟิศในเมืองกรุงหลายๆ คนก็น่าจะเป็นเหมือนกันคือ วีคนึง มีเวลาว่างเพียง 2 วัน คือเสาร์ –  อาทิตย์ สุดสัปดาห์เท่านั้น

จะลาวันจันทร์เพิ่มอีกสักวันเพื่อไปพักผ่อนก็โดนยิง Meeting ตั้งแต่วันศุกร์ สรุปอดลาเพิ่มอยู่ดี 

จะไปเที่ยวไหนทั้งทีวันเสาร์ก็ต้องออกแต่เช้าเพื่อไปให้ทันเช็คอินโรงแรม ในตอนบ่าย 2 เพราะนอนแค่คืนเดียว เข้าสายกว่านั้นเดี๋ยวไม่คุ้ม  รุ่งขึ้นอีกวันก็ต้องเช็คเอาท์ก่อนเที่ยงอีก ทำให้ต้องรีบไปหมด  แถมได้พักไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ เผลอๆ เหนื่อยกว่าเดิมอีกนะนั่น

นึกในใจชีวิตมันจำเป็นต้องยากขนาดนี้ป่ะนะ?  จะหาที่พักผ่อนทั้งที ถ้าคำตอบคือ “เออว่ะ..ยากจริง” งั้นลองเลือกมาพักที่นี่แบบเราดู  U Jomtien Pattaya โรงแรมที่จะทำให้คุณ ลืมการเข้าพักในโรงแรมแบบเดิมๆ ที่เคยไปได้เลย เพราะ ที่นี่

  • พักผ่อนได้เต็มที่ในโรงแรมได้แบบ 24 ชั่วโมง
    เช็คอินตอนไหน  เช็คเอาท์ตอนนั้นของอีกวัน
  • Welcome Drink ที่ให้เลือกได้เลยในตู้เย็น คนละ 1  อย่าง 
  • Breakfast in Bed เลือกรับประทานมื้อเช้าที่ไหนก็ได้ ในบริเวณโรงแรม 
  • บุฟเฟต์แบบจัดหนักที่ห้องอาหารก็มีให้อยู่นะ
    เริ่มตั้งแต่  6.30 – 11.00 โมง 
  • ซึมซับวิวพาโนรามาของท้องทะเลพัทยา บนสระว่ายน้ำ Infinity Pool  ไฮไลท์ของที่นี่ 
  • ปั่นจักรยานเลียบชายหาดจอมเทียน พัทยาที่ทางโรงแรมจัดให้ยืม
  • โลเคชันที่นี่เรียกได้ว่า “วิวหลักแสน..ในราคาหลักพัน”

#ujomtienpattaya #TeleporttoJomtien #TeleportTH

 

อย่างที่บอกไปว่า Breakfast in Bed ที่แท้จริง มีให้ที่นี่  ตอบโจทย์คนขี้เกียจตื่นเช้าสุดๆ เพราะสามารถเลือก รับประทานมื้อเช้าที่ไหนก็ได้ในบริเวณโรงแรม  และนั่นคือบนเตียงก็ได้จ้า พนักงานก็พร้อมมาเสิร์ฟ ถึงปลายเตียงกันเลยทีเดียว และที่สำคัญจัดจานมาเก๋  ขึ้นกล้องสุดๆ พร้อมเป็นพร้อพถ่ายรูปที่กินจริงๆ ได้สบาย ทำให้ไม่ต้องรีบตื่นเช้าลงไปกินที่ห้องอาหารอีกต่อไป

 

พัทยานี่แหละเวิร์ค สำหรับการเดินทางมาเที่ยวได้แบบไม่ไกลกรุงเทพฯ ขับรถมาเอง 2- 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงแล้ว ที่เห็นในภาพเดินรับลมทะเลชิลๆ  นี่ไม่ต้องหาชายหาดที่ไหนเลยนะ วิวนี้คือหน้าโรงแรม U Jomtien Pattaya เลย เรียกได้ว่าติดหาดจอมเทียนแค่ถนนกั้นก็ว่าได้

ห้องพัก Suite ของที่นี่ ก็คือตื่นมาพร้อมกับ เห็นเกลียวคลื่นของวิวทะเลแบบ เต็มๆ ตาได้เลยจ้า ใครที่เหนื่อยๆ จากงาน  หากได้ตื่นมาสักเช้าแล้วเจอวิวแบบนี้ มั่นใจได้เลยว่าหายเหนื่อย 100%

“I woke up like this”
สาวๆ อย่าได้พลาด Breakfast in Bed เชียวนะ  ถ้ามาพักที่นี่มุมโพสแบบนี้ Photogenic สุดๆ 

 

แค่ในห้องพัก Sea view บอกเลยว่า Make Profile Pic  ได้เป็นสิบๆ รูป ซึ่งห้องนี้เริ่มต้นเพียง 2,260 บาท หารกัน 2  คน ตกคนละพันกว่าเท่าน้ันเอง

 

บรรยากาศ Rooftop ของโรงแรมนี้ เรียกได้ว่าวิวหลักแสน  หลักล้านเลยก็ว่าได้ ด้วยวิวพาโนรามาของผืนฟ้าผืนน้ำสีคราม  แต่แลกมากับค่าห้องแค่หลักพัน คุ้มในคุ้มในคุ้ม 

มุมทิ้งตัว นั่งปล่อยใจ ไปพร้อมๆ กับพักสายตาด้วยการ มองวิวทะเลและท้องฟ้าตรงหน้า

 

สั่งค็อกเทลเก๋ๆ จากบาร์มาจิบ นั่งอัพเดทชีวิต กับเพื่อนสนิท พร้อมลมทะเลที่พัดผ่าน มาร่วมวงสนทนากับเราด้วยเป็นระยะ ชิลสุด!

 

มุมไฮไลต์ โพสท่าพริ้มๆ ริมขอบสระ Infinity Pool วิวสระน้ำแบบไร้กรอบ เหมือนปล่อยตัวปล่อยใจให้ อยู่ท่ามกลางท้องฟ้าและท้องทะเล เชื่อเถอะว่า ลงรูปมุมนี้ใน

โซเชียลปุ๊บ เพื่อนต้องถามแน่ๆ ว่า “ที่ไหนอะแก…อยากไปมั่งง่ะ”

มาดูดีไซน์ภายในตัวอาคารของโรงแรมกันบ้าง ที่นี่เน้นสไตล์โมเดิร์น และสอดรับด้วยเส้นสายทางสถาปัตยกรรมที่ลงตัว ลองแกล้งๆ เดินผ่านไปผ่านมาดู เชื่อสิว่าเราจะได้รูปเก๋ๆ ไปลง IG ได้เหมือนกัน



ระหว่างออกไปเดินเที่ยวด้านนอก ขณะนั่งรอเพื่อน ก็มานั่งที่มุมล็อบบี้ให้สบายใจก่อน รอไปรอมา อ้าว!…ได้รูปเฉย

เพียงไม่กี่ก้าวจากโรงแรม ก็เดินลงบันไดมาชิล ที่ชายหาดจอมเทียนได้ทันที เรียกได้ว่าลืมของลืมแว่นกันแดด ลืมพร้อพนู่นนี่นั่น ก็กลับไปเอาที่โรงแรมได้สบาย ใกล้แบบใกล้ชิดอะ

เจอ…น้องงงงงง! ชิลกว่าเราอีกจ้า

แหม่! พอเห็นกล้องเล็งมา  อยู่ดีๆ ก็ทำเป็นมีเรื่องคุยกันซะงั้น..แกล้งๆ!

ตกเย็นหิวๆ ก็มาจิบค็อกเทลก่อนได้ที่ Cafe Bar by SALT  และดินเนอร์ต่อที่ห้องอาหาร SALT  ของทางโรงแรมได้เลย ที่นี่ อาหารอร่อยจริงแบบอร้อยยยยยยยย แถมคอนเซปต์ก็ดีด้วย

 

ห้องอาหาร SALT นั้นมื้อเช้าก็มีบุฟเฟต์ให้บริการ ใครที่ไม่อยากทาน อาหารบนห้อง ก็ลงมาได้ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30 – 11.00 น.  ให้นั่งทานกันแบบจุใจไปเลย ในส่วนของมื้อเย็นก็มีเมนูดินเนอร์ Signature  มากมาย ที่รอต้อนรับให้ทุกคนมาลิ้มรส

ก่อนอื่นเลยไปเดินทะเลมาแล้วคอแห้ง ก็ต้องจิบ Mocktail ให้สดชื่นๆ ก่อนเนาะ ตัวนี้คือ Fruit Berry สวยเก๋รสชาติเริด

ที่เห็นภาพเครื่องปรุงเหล่านี้บอกเลยว่าไม่ใช่ พริกป่น  หรือน้ำตาลทรายแดงนะ แต่คือเกลือทั้งหมดเลยจ้า  ตามชื่อห้องอาหารเลยคือ SALT นั่นเอง ซึ่งเกลือ 4 สี  4 ชนิดนี้ ก็เติบโตกันมาจากต่างภูมิภาคด้วย รสชาติความเค็มที่ได้ก็จะแตกต่างกัน ฟังพนักงานเสิร์ฟพรีเซนต์

แล้วก็แบบ..ต้องยอมว่าว้าวจริง โดยเขาก็จะบอกว่า เกลือแต่ละชนิดใช้รับประทานกับเมนูอะไร   มีแหล่งที่มาจากไหนบ้าง สีส้มๆ แดง ซ้ายบน คือ Homemade Spicy Chili Salt 

ถัดมาทางขวา คือ Himalayan Salt จากเนปาล ซ้ายล่างคือ Local Jomtien Sea Salt จากพื้นที่ในจอมเทียนนี่เอง สีดำตัวสุดท้าย คือ Hawaiian Salt เกลือภูเขาไฟจากฮาวาย พูดเลยว่าเค็มกว่านี้ก็น้ำทะเลหน้าโรงแรมแล้ว 

มื้อเย็นที่นี่ เราสั่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านทั้งหมด โดยจานแรกคือ CLASSIC TARTE FLAMBÉE (ทาร์ตฟลองเบ) อร่อยกลมกล่อม หอมบรีชีสสไตล์ฝรั่งเศส

 

จานนี้คืออร่อยมากแบบจำขึ้นใจ แถมต้องขอเบิ้ลจานที่ 2 “BAKED CHORIZO AND FARM EGGS”  เมนูไส้กรอกโซริโซ่จากสโลนส์เสิร์ฟพร้อมไข่ไก่สดจากฟาร์ม

เป็นไส้กรอกโฮมเมดที่อร่อยมากกกกกกกก ซอสที่ราดมาก็คือดี ดีแบบคนละชิ้นไม่พอ

FRESH CATCH OF THE DAY  เมนูนี้ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า  “กดหัวใจให้รัวๆ ไปเลย”  กับเมนูปลาเผาสุดพรีเมี่ยม ที่รสชาติดีมากๆ น้ำจิ้มก็แซ่บ พร้อมพรีเซนเทชั่น ที่คงคอนเซปต์ถึงขีดสุด คือเป็นปลาเผาฝังร่าง อยู่ในเกลือกันเลยทีเดียว พูดเลยว่าเหลือแต่ก้างจริงๆ 



เราปิดจ็อบมื้อเย็นกันที่เมนูของหวาน  ‘TRIPLE CRUNCHY CHOCOLATE CAKE ’ เค้กช็อคโกแลตครั้นชี่ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมชาเย็น  รสชาติฟิวชั่นที่กลมกล่อม หอมหวานลงตัว เรียกได้ว่า หมดยังเส้นช็อคโกแลตในจาน 

มุม Cafe Bar by SALT ที่วิวดีไม่แพ้บนห้องพัก เพราะติดวิวทะเลเช่นเดียวกัน

หรือใครอยากหามุมเงียบๆ อ่านหนังสือเล่มโปรด ก็มานั่งอ่านเพลินๆ ที่โซนคาเฟ่ได้

อีกหนึ่งไอเทมสุดคิวท์ คือสบู่ล้างมือของทางโรงแรม  ที่มีหลายกลิ่นให้เลือกใช้มาก ดมได้ตามใจชอบ อาทิ Jasmine, Bamboo, Wild Orchid, Le Mongrass เราเลือกใช้กลิ่นไผ่ คือหอมมากๆ

วันสุดท้ายเราเช็คเอาท์กันตอนบ่าย 3

คือมีเวลาพักผ่อนในช่วงเช้าได้อีกเต็มๆ  แบบไม่ต้องรีบร้อนแพ็คกระเป๋าเหมือนเคย คือชอบมาก เพราะมาพักโรงแรมในเครือ U ก็คือทำให้เรามีเวลาเยียวยาตัวเองด้วยได้เพียงพอ เพราะชีวิตปกติทุกวันก็เร่งรีบอยู่แล้ว ถ้ามาเที่ยวแล้วยังต้องรีบร้อนอีกก็ไม่ไหวเนอะ

บอกเลยว่าการมาพักที่นี่ ตอบโจทย์ชาวออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่มีเวลาว่างแค่ 2 วัน 1 คืน สุดสัปดาห์ สุดๆ อยากให้มาลอง จริงๆ พวกเรา TELEPORT แนะนำเลย ส่วนใครที่ ไปลองมาแล้วชอบมั้ย มาบอกกันบ้างเน่อ

 

สำรองห้องพักได้ที่ : โทร 033 128 028 

Email : reserve@ujomtien.com