Teleport to Travel at Uthaithani บ้านสวนจันทิตา จ.อุทัยธานี : ถ้าไม่อยากเจอใคร…ให้ไปอุทัยธานี และพักที่บ้านสวนจันทิตา

ความรู้สึกหมดพลัง เหมือนสมาร์ทโฟนที่แบตเหลือต่ำกว่า 20% หมดแรงจะใช้ความคิด หมดสนุกกับการพบเจอผู้คนมากมาย

หรือหมดพลังจะขับเคลื่อนร่างกายไปข้างหน้า ยิ่งโตมากขึ้นเท่าไร ไอ้ความรู้สึกประมาณนี้ มันก็เกิดขึ้นกับตัวเราบ่อยเนอะ… แค่จะบอกว่าใครที่มีอาการแบบนี้อยู่ ไม่ต้องวิตกไป “จับมือหน่อย…เราก็เป็นบ่อยเหมือนกัน” ถ้าชีวิตเราเสียบปลั๊กชาร์จแล้วแบตเต็มได้เหมือนสมาร์ทโฟน อะไรๆ ก็คงจะง่ายกว่านี้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีวิธี อย่างที่จะบอกวันนี้ เราพบว่ามันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีมากๆ คือการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปหาที่เงียบๆ เสียบชาร์จแบตชีวิต แต่มีข้อแม้คือต้องเป็นที่ที่ไม่ไกลเท่าไหร่ และ ‘อุทัยธานี’ จึงแวบเข้ามาในหัวทันที หลายคนอาจมีคำถาม “อุทัยเนี่ยนะไม่ไกล..อยู่ใกล้อุดรไม่ใช่เหรอ?” “ภาคอีสานป่ะนะ” “หรืออยู่ใกล้อุบล ต้องบินไปล่ะมั้ง” ช้าก่อนเพื่อน!..อุทัยไม่ได้อยู่ภาคอีสาน แต่อยู่ภาคกลาง และติดกับสุพรรณบุรี๊ นี่เอง นั่งรถออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมง ถึง! #TeleportTH #TeleportToBanSuanChantita #รีวิวอุทัยธานี

“เงียบกว่าที่คิดเลยว่ะ” คือความรู้สึกแรกเมื่อมาถึงหน้าที่พัก

ขณะจอดรถอยู่หน้ารั้วบ้าน ตามที่พินใน Google maps เป๊ะๆ แต่ประตูปิดอยู่ จึงทำการชะแง้ ชะเง้อมอง แต่ไร้ซึ่งผู้คนด้านใน ทุกอย่างดูสงบ (คิดในใจ สงบเกินไปป่ะนะเอาดีๆ) ทันใดนั้นเองก็เหลือบไปเห็นป้ายตรงประตู ที่หมายความได้ว่า เราน่าจะเลื่อนประตู แล้วเอารถเข้าไปจอดได้เอง อะไม่รอช้า..หันไปทางซ้ายยื่นมือไปเลื่อนประตู ประตูเลื่อนได้ เว้ยเฮ้ย!

ไม่ได้ล็อค…รอดละ

 

ที่เงียบขนาดนี้ ก็มารู้จากแม่บ้านที่ทำความสะอาดที่พักอยู่ตอนจอดรถเสร็จ ว่า  “เรามาถึงที่นี่เป็นคนแรกของวันนั่นเองจ้า และคุณลุงคุณป้าเจ้าของ ที่พักก็ไม่อยู่ ออกไปทำธุระข้างนอก” แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความสงบเงียบ เรียบง่าย รายล้อมด้วยธรรมชาติ เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม!

บ้านสวนเรือนไม้แต่ดีไซน์โมเดิร์น  ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าใหญ่แห่งนี้ มีให้จับจองนอนพักเพียง 4 หลังเท่านั้น ใครที่อยากมาพักขอบอกไว้ว่าต้อง จองผ่านทางอินบ็อกซ์ FB PAGE : บ้านสวนจันทิตา เท่านั้น

(https://www.facebook.com/bansuanchantita/)

 

เรือนไม้ทั้ง 4 หลังยกระดับขึ้นจากพื้นหญ้า ใครที่เคยมีความฝันสมัยยังเด็กอยากมีบ้านต้นไม้สักหลัง เราว่า การมาพักที่นี่ คือได้ปลดล็อคความฝันนั้นเลยล่ะ

      ‘พับเพียบ เรียบง่าย’ คือประโยคที่เราอยากนิยามให้อินทีเรียดีไซน์ของที่นี่ นานเท่าไรแล้วก็จำไม่ได้เหมือนกันที่เราไม่ได้นั่งพื้นให้ร่างกายสัมผัสเนื้อไม้เย็นๆ ในบรรยากาศของบ้านเรือนไทย ครั้งสุดท้ายก็น่าจะเป็นการไปเยี่ยมบ้านยาย ที่อัมพวา เห็นจะได้บรรยากาศที่นี่ ทำให้ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสุข ความผ่อนคลาย ของการได้ยืดแข้ง ยืดขาได้สุดเหยียด เวลาไปบ้านสวนคุณยาย หวนกลับคืนมาได้อีกครั้ง

 

     แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่าย ที่พร้อมใจกันสาดส่อง มาทักทายผ่านหน้าต่างรอบบ้าน กระตุ้นให้อาการอ่อนเพลีย จากการเดินทางส่งสัญญาณบอกกับเราว่า “งีบสักหน่อยน่าจะดีเนอะ”

ห้องน้ำกว้าง โปร่งสบาย ตื่นมาแปรงฟันยามเช้า โคตรจะสดชื่นบอกเลย

      หลงรักความเขียวในทุกรายละเอียดของที่นี่ ทำให้เวลามองไปทางไหนก็เหมือนได้ผ่อนคลายสบายตาอยู่เสมอ

     สิ่งที่ขาดไม่ได้ของบ้านเรือนไม้แบบไทยๆ นั่นก็คือ ชานบ้าน อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ หลงรักที่นี่แบบหัวปักหัวปำ ถึงกับต้องยกคอมออกมานั่งชิลหน้าบ้าน พลันจิบชาฟูจิฝาเขียว ที่ซื้อมาจากเซเว่น เผลอแปปเดียว 3 ชั่วโมงผ่านไป คิดดูเอาละกันว่าสบายขนาดไหน

     อาหารเช้าของที่นี่ มีบริการให้รวมอยู่แล้ว ในราคาที่พักที่เราจ่ายมาหลังละ 3,000 บาทต่อคืน โดยคุณป้าเจ้าของที่พัก ก็จะเป็นคนเลือกสรรเมนู ในแต่ละวันมาจากร้านอาหารท้องถิ่นรสชาติดีของอุทัยธานี

      เช้านี้เราได้กินก๋วยจั๊บรสชาติจ๊าบ จ๊าบที่ว่าคือมันกลมกล่อม แทบไม่ต้องปรุง จ๊าบต่อเนื่องที่เนื้อหมูเคี้ยวนุ่มและรู้เลยว่า ผ่านการพิถีพิถันในการปรุงรสมาอย่างดี เรียกได้ว่าเกลี้ยงถ้วยไม่เหลือแม้แต่น้ำก๋วยจั๊บสักหยด

มื้อเช้าของที่นี่จะมีกาแฟให้บริการตัวเองด้วย แต่จะเป็นกาแฟสำเร็จรูปนะ สายกาแฟสดอย่างเราเลยขอบาย ไว้ไปหาคาเฟ่ร้านกาแฟเด็ดๆ ในตัวเมืองชิมดีกว่า แต่ก่อนไปเลยต้องล้างปากด้วยของหวานสักหน่อยกับข้าวเหนียวสังขยา อร่อยแบบแทบจะเลียใบตอง แต่ก็เกรงใจแขกคนอื่นที่นั่งมีความสุขกับก๋วยจั๊บตรงหน้าอยู่

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ทริปนี้ต้องการมาพัก เราจึงไม่ได้ไปแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอุทัย เท่าไรนัก ไม่ว่าจะวัดวาอารามชื่อดังต่างๆ ก็ไม่ได้แวะไปเลย จะแวะก็แต่ตัวเมือง ด้วยการจอดรถแล้วเดินทอดน่องหาของกินอร่อยๆ สำรวจไลฟ์สไตล์ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่นี่ไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่า สโลว์ไลฟ์ที่แท้จริง เงียบจริงๆ เป็นเมืองที่เนิบๆ ค่อยๆ ตอบโจทย์วัตถุประสงค์แรกในทันที่ที่ต้องการ

หาสถานที่พักผ่อนที่เงียบสงบ และไม่อยากจะต้องเจอใคร หรือเจอคนมากมายให้วุ่นวายใจ

 

มีเรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ จะเล่าให้ฟัง

ด้วยความที่เราประหลาดใจมากว่า

“เฮ้ย นี่อยู่ในตลาดตัวเมืองจังหวัดแล้วนะ ทำไมถึงได้เงียบจัง”

ขณะที่กำลังซื้อกล้วยปิ้งกับคุณป้าเจ้าหนึ่งในตัวเมืองอยู่นั่นเอง ก็เลยลองถามแก

เรา : ป้าครับ ที่นี่เมืองจะเงียบประมาณนี้ตลอดเลยไหมครับ

ป้า : ประมาณนี้แหละลูก อุทัยมันเป็นเมืองเงียบๆ น่ะ ไม่ใช่จังหวัดทางผ่าน

      ถ้าชอบเที่ยวแบบสงบๆ ก็ต้องมาที่นี่แหละ

เรา  : แล้วอย่างเสาร์ อาทิตย์ จะคึกคักขึ้นกว่านี้ไหมครับ

ป้า : เสาร์ อาทิตย์ เงียบกว่านี้อีกลูก คนอยู่บ้านกัน ไม่ได้ออกมาทำงาน

 

ฟังจบก็เอ้อ แปลกดีแฮะ! แต่นี่แหละสิ่งที่เราตามหา

 “กล้วยปิ้งอร่อยมากครับป้า น้ำราดหอมเลย”

กองทัพต้องเดินด้วยกาแฟ วัยทำงานอย่างเรา ถ้าวันใดขาดกาแฟ วันนั้นก็ไม่ต่างจากสล็อต ที่ไม่มีแรงเคลื่อนตัว เสิร์ชเจอร้าน THREE CAFE เห็นรูปแล้วดูน่าสนใจ และน่าจะอร่อย ก็ไม่พลาดที่จะต้องมาชิมสักหน่อย ร้านอยู่ในตัวเมืองอุทัย เป็นคูหาเล็กๆ 1 คูหา ที่นำอาคารมาปรับปรุงทาสีไหม ด้วยโทนขาว ชวนให้เข้ามาทักทาย ร้านกาแฟเล็กๆ ที่ดึงเอาความเขียวของต้นไม้มาช่วยทำให้บรรยากาศสดชื่นขึ้น

ถ่ายรูปขึ้นกล้องอยู่นะ ถ้าใครเป็นคอคาเฟ่ก็ไม่ควรพลาด

มีทั้งมุม Indoor และ Outdoor แต่ขอเลือกตากแอร์ละกัน เพราะข้างนอกอากาศร้อน

บรรยากาศภายในร้าน จะมานั่งชิล หรือนั่งทำงานก็เวิร์คอยู่นะ

ราคาคือถูกมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับในกรุงเทพฯ เมนูเครื่องดื่มเยอะดี สำหรับคอกาแฟ และ Non caffeine

ตอนนั้นมันกำลังเที่ยงๆ พอดี เลยอยากได้ความสดชื่นแบบเต็มขั้น เราจึงสั่งเมนู “กาแฟน้ำผึ้งมะนาว” มาตอนแรกกะจะกินกาแฟส้ม แต่ทางร้านไม่มี เจ้าของร้านจึงแนะนำเมนูนี้มา พอได้จิบเท่านั้นแหละ 

“โอ้โหวว..อร่อยชิบเป๋ง” ไม่อยากกินให้หมดเลยคือรู้เลยว่าเจ้าของเป็นคนรักกาแฟตัวจริง

เพราะรสชาติเมล็ดกาแฟที่ใช้มันมีรสติดเปรี้ยวนิดๆ ไม่ขม หรือเข้มจนเกินไป รู้เลยว่าคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้มาอย่างดี แถมเข้ากับน้ำผึ้งมะนาวมาก แล้วราคาถูกมาก 50 บาท ยอมใจเลย!

 

ทริปอุทัยฯ ของเราก็จบลงด้วยความสดชื่นสุดปลายลิ้น

จากกาแฟแก้วนี้แหละ ถามว่าเจอใครมั้ย ก็ตอบเลยว่า ไม่เจอเลยจริง ซึ่งดีมากๆ รู้สึกได้พักผ่อนจริงๆ นาฬิกาชีวิตมันเดินช้าลงจริงๆ อากาศมันดีมากจริงๆ เราจึงอยากให้ทุกคนที่เหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิต เหมือนเราได้มาเยือนบ้างจริงๆ ใครไปมาแล้วก็อย่าลืมกลับมาเล่าให้ฟังบ้างล่ะอยากฟังจริงๆ

 

 สุดท้ายนี้ สำหรับ Trip Planner 

 

บ้านสวนจันทิตา-อุทัยธานี