ไปสัมผัสรสชาติมื้อค่ำสไตล์ฝรั่งเศสกับคนที่สบายใจ ในวิวที่สบายตา ที่ Scarlett Wine Bar & Restaurant

หลายครั้งที่ความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในแต่ละวัน อันแสนวุ่นวายในกรุงเทพฯ เยียวยาได้ด้วยมื้อเย็น
ที่มีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ พร้อมคนร่วมโต๊ะที่เราสบายใจ บทสนทนามากมายเกิดขึ้นช่วยปรุงรสชาติให้อาหารมื้อนั้น ที่นอกจากจะถูกปากแล้ว ยังถูกใจเพิ่มขึ้นได้ ความรู้สึกเหล่านี้นี่แหละที่เราคิดว่า Scarlett Wine Bar & Restaurant พร้อมเสิร์ฟให้เราได้  ที่นี่ทำให้เย็นวันธรรมดาแสนน่าเบื่อกลายเป็น ยามเย็นที่แสนพิเศษ ที่เราอยากจะชวนคนที่ อยู่ด้วยแล้วสบายใจไปดินเนอร์กันสักครั้ง

Scarlett Wine Bar & Restaurant ห้องอาหาร สไตล์ฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ บนชั้น 37  ของโรงแรม Pullman G Silom  ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูฝรั่งเศสแบบออริจินัล  และพร้อมเสิร์ฟวิว Panorama ของกรุงเทพฯ ไปพร้อมๆ กัน บอกเลยว่าอาหารรสชาติละเมียดละมุนสุดๆ และวิวยามเย็นของที่นี่ก็ละเมียดละไมเช่นกัน
ไปชวนคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ Teleport  มาดินเนอร์ ที่นี่กันเถอะ รับรองความสุขสุดๆ

 

วิว Rooftop ยามเย็นของกรุงเทพซิตี้ ที่นี่พร้อมให้เราหนีความวุ่นวายด้านล่าง ขึ้นมาเจอกับลมชิลๆ ด้านบนได้สบาย อ้อบอกไว้ก่อนว่า..ทางร้านห้ามใส่รองเท้าแตะเข้านะ

“Russia Spring” (Vodka, Triple Sec, Lime Juice, Pineapple Juice)

1 ในเมนู  Happy Hour ของทางร้าน เป็นค็อกเทล รสละมุนที่ช่วย Refresh ยามเย็น ให้สดชื่นได้ดีเลยทีเดียว ซึ่ง  Happy hour ของทางร้าน เริ่มตั้งแต่ 6โมงเย็น – 2ทุ่ม เฉพาะเครื่องดื่ม ที่กำหนดในราคาเพียงแก้วละ 100 บาท เท่านั้น  อันนี้รวมไปถึงไวน์ และเบียร์อีกด้วย พูดเลยว่าใครมาถึงเร็วนอกจากจะได้จับจองที่ชิลๆ  ก่อนแล้ว ยังคุ้มกว่าด้วย

หลังจากจิบค็อกเทลปลุกความสดชื่นไปแล้ว เราออกสตาร์ทมื้อเย็นสไตล์ฝรั่งเศสด้วย 5 Tapas Selection  หรือเมนูของว่างที่ทางร้านจัดเต็มมาให้ บอกเลยว่าอร่อยละมุนทุกจาน ทั้ง

  •  Octopus a la plancha chorizo
  •  Salmon lemongrass skewer
  •   Fried sweet potato with truffle oil
  •  Garlic shrimps
  •   Parmigiano-Reggiano Honey    (ชีสพาเมซอง กินคู่กับน้ำผึ้ง แปลกๆ หน่อยแต่อร่อยดี)

“Salmon lemongrass skewer” 

เมนูของว่างจานนี้เราชอบมาก  แซลม่อนย่างหอมกลิ่นตะไคร้เบาๆ ตั้งแต่คำแรกที่สัมผัสปลายลิ้น

“Yuzu Sour”
(Bourbon, Fresh yuzu, cinamon, Egg white)

ค็อกเทล Signature ของทางร้าน ชอบตรงที่ จุดไฟก้านอบเชยเสิร์ฟมาด้วย จังหวะที่เราจิบ จึงได้กลิ่นควันหอมๆ ของอบเชยไปพร้อมๆ กัน ช่วยเพิ่มอรรถรสขณะดื่มให้กลมกล่อมขึ้นไปอีก

บรรยากาศร้านคือจะมาคนเดียวก็ชิล จะมาสองคนก็เหมาะ หรือจะมากับแก๊งเพื่อนก็สบาย ขอแค่คนที่มาด้วยคือคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ คอมพลีทมื้อเย็นได้แบบแฮปปี้แน่นอน

วิวจากที่ร้านก็คือ มองเห็นตึกมหานครเต็มๆ ตา

Main Course ท่ามกลางความงดงาม ยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ บอกเลยถ้ามากับคนรู้ใจ คือโรแมนติกสุดๆ จานแรกนี้เราสั่งเป็น 4-6 weeks dry aged Australian Wagyu Rib Eye 250g” เป็นเนื้อวากิว ส่งตรงจากออสเตรเลีย เสิร์ฟพร้อมซอส 3 ชนิด (Béarnaise, black pepper and blue cheese)  ทานคู่กับ มันฝรั่งทอดชิ้นโต บอกเลยว่าแค่คำแรกก็ฟินนุ่มละมุนมากๆ

จานที่สองเราสั่งเป็น “Grilled Tiger Prawns” ที่มีรสชาติของส่วนผสมอย่าง Yuzu และแกงกะหรี่
ช่วยให้เมนูกุ้งจานนี้มีรสเปรี้ยวอมหวานกำลังดี และเข้ากันอย่างลงตัวของรสเครื่องเทศ

เนี่ย!…อย่างที่บอก มันคือการกินมื้อเย็นท่ามกลางวิวแบบเนี้ย ดีไหมล่ะ?

หรือจะมุมพรีเมียมแบบนี้ก็ได้

อ้อ!..แล้วที่นี่เขายังมีห้อง Private บริการด้วยนะ สำหรับใครที่แก๊งใหญ่หน่อย ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ มีที่นั่ง

ปิดท้ายที่เมนูของหวานจานนี้แล้วกัน บอกเลยว่าเราชอบมาก  “Chocolate Fondant” คือทั้งนุ่มทั้งหอมช็อกโกแล็ต ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา คืออร่อยลงตัวจริงๆ ด้วยความที่ช็อกโกแล็ตลาวาด้านใน ไม่หวาน รสชาติกำลังดีไม่เลี่ยน มื้อเย็นที่นี่ในวันนั้นก็เลยจบ แบบ  Happy Ending #TeleporttoScarlettBangkok
#TeleporTH